วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ขนมเทียนไข่ผำ(ไข่น้ำ)

  ขนมเทียน(เข่ง)สูตรแป้งใส่ผำ

          เมื่อตอนสาร์ทจีนน้องสาวนำขนมเทียนเจ้าที่อร่อยมากมาฝากเหมือนเช่นทุกครั้งในเทศกาล น้องคนนี้เป็นน้องนุชคนสุดท้องคือคนที่สี่ต่อจากดิฉันนั่นเอง น้องสาวรู้ใจว่าดิฉันชอบขนมเทียนใส้เค็มเจ้านี้มากเลยนำมาให้ได้กินอีก เมื่อก่อนนี้สัก3ปีผ่านมาเขาขายชิ้นละ4บาทซึ่งก็พอจะรับไหวด้วยึวามอร่อยของใส้ถั่วที่เค็มมันและมีรสของพริกไทยพอดี เมื่อแกะใบตองที่ห่อออกแล้วก็จะได้ขนมเทียนที่มีขนาดคำเดียวเคี้ยวกลืนได้สบายๆ กะด้วยสายตาก็ครึ่งหนึ่งของลูกมะนาวเท่านั้น ปีนี้น้องสาวบอกว่าเขาขายชิ้นละ7บาทซึ่งเป็นที่ตกใจสำหรับดิฉันเลยนะ อะไรกัน!ขนมธรรมดาๆนี่นะคำละ7บาท โอ๊ย...ตายๆๆ พอบ่นเรื่องราคาน้องสาวก็บอกว่าที่ik8kแพงเพราะเขาใส่ใบไม้ของจีนชนิดหนึ่งชื่อ"ชีวคั๊ก"กิโลละเป็นพันเชียวนะ ได้ยินแบบนั้นเราก็ลองมาจินตนาการว่าชีวคั๊กมาจากประเทศจีนกว่าจะมาถึงเราก็ผ่านด่านไม่รู้กี่ด่านกว่าจะผ่านเวียดนามมาถึงเราได้...แล้วมันมีประโยชน์มากนักเลยเหรอราคาถึงได้แพงนัก  ก็เคยศึกษามานะว่าขนมเทียนพอใส่เจ้าชีวคั๊กลงไปแป้งของขนมเทียนมันจะนิ่มน่ารับประทาน  อ้าว...ในโลกใบนี้มีชีวคั๊กอย่างเดียวเหรอที่ทำได้ เราไม่เชื่อๆๆในแผ่นดินไทยคงต้องมีอะไรมาเป็นตัวช่วยได้อย่างแน่นอน
          หลังจากคิดๆๆอยู่3-4วันก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลองเปิดตำราทำขนมเทียนดูสักครั้ง ไหนๆก็ไหนๆเมื่อทำขนมเทียนแล้วก็ลองทำขนมเข่งไปด้วยพร้อมกันเลย เราเลยเปิดดูสูตรของคนโน้นทีของคนนี้ทีแล้วนั่งเทียนคิดเอาเองว่าจะทำแบบไหนให้ออกมาแล้วสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพยากรน้อยที่สุด  นั่นคือทำออกมาแล้วต้องกินได้ไม่ใช่โยนใส่หัวหมาเสียของเปล่าๆเพราะหมามันคงไม่จะกิน  สิ่งแรกที่เราหมายปองไว้ในใจคือ"ผำ"หรือบางคนเรียกไข่น้ำ ไข่ผำ พืชที่เกิดในแหล่งน้ำสะอาดมีลักษณะเหมือนเแหน(แน๋)แต่ผำสีเขียวสดตระกูลเดียวกับสาหร่ายนี้เมื่อสัมผัสด้วยมือเราจะรับรู้ได้ว่าผำเป็นเม็ดเล็กๆมาก หากใครจินตนาการภาพไม่ออกให้นึกถึงไข่ปลาช่อนหรือปลาสลิดที่สุกแล้วนะคะจะมีความคล้ายกันมากๆ  ผำหรือไข่น้ำจะมีมากตอนช่วงกลางฤดููฝนไปถึงฤดูหนาว  ชาวชนบทจะนำพืชชนิดนี้มาทำอาหารพื้นเมืองง่ายๆเช่นคั่วผำอาหารที่มีเครื่องและขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากเลย อีกชนิดหนึ่งเขาทำเหมือนอ่อมทางเหนือ หรือนำมาแกงกับใบหญ้านางใส่ใบแมงลักแบบแกงอีสานก็อร่อยไปอีกบรรยากาศหนึ่ง นึกถึงเวลาได้นั่งล้อมวงกันมีสำรับกับข้าวแบบวัฒนธรรมคนไทยที่นับวันจะเลือนหายไปจากบ้านเรา
          เหตุที่ดิฉันหมายปองการนำผำมาทำขนมเทียนแทนชีวคั๊กนั้นเพราะเคยอ่านเจอข้อมูลว่าเจ้าผำนี่มีคุณค่าอาหารไม่แพ้กับสาหร่ายสไปร์ลูเลียน่าหรือสาหร่ายเกลียวทองแกมน้ำเงิน หรือจะอะไรก็แล้วแต่เถอะนะคะ เอาเป็นว่าผำของเราสดๆไม่ผ่านกระบวนการผลิตใดๆย่อมมีคุณค่าอาหารชั้นดีอยู่ในตัวเอง ด้วยคุณสมบัติแค่นี้อย่างอื่นค่อยมาว่ากันต่อไปตามหลักวิทยาศาสตร์และโภชนาการ ชีวคั๊กตากแห้งค้างปีที่ว่าแพงราคากิโลละพันบาทนั้นจะมาแน่กว่าผำสดๆราคากิโลละ40บาทที่มาพร้อมด้วยคอโรฟีล ไฟเบอร์ ไวตามินและเบต้าแคโรทีนก็ให้มันรู้ไป ใครที่พอมีแรงกินขนมเทียนคำละ7บาทก็ถือว่าท่านมีความสุขใจก็อย่าคิดว่าดิฉันขวางโลกเลยค่ะ เพียงแต่ทุกข์ใจเพราะเห็นคนไทยใช้น้ำมันแพง ยาแพง ของกินก็ราคาแพงไม่สมน้ำสมเนื้อจึงต้องออกมาร้องแลกแหกกระเจิง...บอกความอึดอัดใจกันตรงนี้เอง และเมื่อบ่นแล้วก็ต้องทำได้ด้วยจะได้ไม่ถูกตำหนิว่าดีแต่พูดไปน้ำท่วมทุ่ง...แม่คนช่างติ
          วันนี้ดิฉันขอนำเสนอ...ขนมเทียน(เข่ง)สูตรผำใส้เค็มค่ะ
     ตัวแป้ง
          เริ่มแรกเราต้องมีแป้งข้าวเหนียว ในสูตรใช้ 1/2 กก     
          ใช้ผำหรือไข่น้ำ 2-3 ขีด(ล้างน้ำให้สะอาดสักสามครั้ง กรองด้วยผ้าขาวบางพักให้สะเด็ดน้ำ)
          น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง+น้ำตาลปี๊บ1/2ถ้วยตวง หากใครสะดวกใช้เพียงชนิดเดียวก็ไม่มีปัญหานะคะ แต่ถ้าเป็นน้ำตาลปี๊บจะได้ความหอมเพิ่มขึ้น
          น้ำกระทิ 3 ถ้วย (เราลองใช้น้ำเปล่าผสมกับน้ำมันมะพร้าว3ช้อนคาวแทนกระทิผลที่ได้ก็ไม่ต่างกันมากนักคราวหน้าว่าจะลองนมข้นจืดมาผสมน้ำลองทำดู)
          เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ  เคล้าแป้งข้าวเหนียวกับน้ำตาล เกลือให้เข้ากัน
          ผสมผำกับน้ำกระทิ(หรือน้ำเปล่าผสมน้ำมันมะพร้าว)ที่เตรียมไว้แล้วค่อยๆผสมลงในแป้งนวดเบาๆไปมาให้เข้ากัน หากส่วนผสมข้นเหนียวมากเกินไปก็เพิ่มน้ำได้อีกเล็กน้อย แป้งที่ได้ควรมีลักษณะข้นแต่ไม่ถึงกับเหนียวติดช้อน จากนั้นพักไว้ก่อนให้ทุกอย่างเข้ากันได้ดี เราก็หันไปทำใส้ขนมต่อ
          ใส้ขนมเทียน 
          ถั่วเขียวเลาะเปลือก(ถั่วซีก) 3 ขีด ล้างน้ำเอาฝุ่นออกสักสองครั้งแช่น้ำพักไว้3ชั่วโมงแล้วนึ่งให้สุก(ถ้าสะดวกใช้ไมโครเวฟดิฉันใช้ไฟแรงสุด10นาที)นำมาโขลกให้แหลก
          พริกไทยเม็ดล้างน้ำเอาฝุ่นออก 1 ช้อนโต๊ะ+รากผักชี3ราก  โขลกรวมกันให้ละเอียด
          น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
          เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
          หอมหัวแดง4หัว+กระเทียม5กลีบใหญ่ โขลกรวมกัน
          น้ำมันพืชสำหรับผัดใส้้ 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ  ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชและหอม+กระเทียมลงผัดพอหอมใส่รากผักชี ตามด้วยพริกไทย ถั่วผัดให้เข้ากัน ใส่เกลือป่น ใส่น้ำตาลผัดต่อไปด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมแห้งดี พักไว้พออุ่นก็นำมาปั้นเป็นก้อนเท่าๆไข่นกกระทา
          เมื่อจะนึ่งก็นำกระทงทาน้ำมันเล็กน้อยวางเรียงในลังถึงจากนั้นให้หยอดแป้งที่ผสมไว้ลงในกระทงๆละ 1 ช้อนกินข้าวนำไปนึ่งในน้ำเดือด5นาทีจากนั้นนำใส้ขนมที่เตรียมไว้ใส่ลงไปแล้วหยอดแป้งใส่ให้เสมอกับใส้นึ่งด้วยไฟแรง20นาที หากจะใส่มะพร้าวขูดก็ใส่ในขั้นตอนนี้ได้เลย
          นึ่งเสร็จใหม่ๆขนมจะนิ่มมากต้องรอให้เย็นลงก่อนจึงจะได้ความเหนียวนุ่มพอดี  หน้าตาขนมออกมาก็น่าพอใจสำหรับดิฉีนเองค่ะเพราะนี่คือการทำขนมประเภทนี้ครั้งแรกแบบเปิดตำราออนไลน์ จะมีที่ติก็ตรงที่ใส่ใส้เยอะไปนิดหนึ่งทำให้ใส้นูนข้นมาเหนือตัวแป้งแต่ก็คงพอจะอนุโลมกันนะคะเพราะเป็นครั้งแรกจริงๆ เดี๋ยวจะพัฒนาให้ดีกว่านี้ค่ะและคงต้องมองหาตัวช่วยใหม่ๆมาทำเผื่อว่าจะมีอะไรที่เรายังมองข้ามไป  แต่ที่น่าพอใจมากๆคือแป้งของขนมนั้นนิ่มนวลไม่เหนียวหนืดติดคอ  สมใจปราถนาไม่หน้าแตก
          ลงทุนทั้งหมดไปเป็นเงินประมาณ 115 บาท ได้ขนมนึ่งแล้ว 26 เข่ง (ใครทานได้ถึงสองเข่งอาจไม่ต้องทานข้าว) แต่ใส้นั้นใช้ไปได้เพียงครึ่งเดียวเองเลยต้องเก็บใส่ถ้วยปิดฝามิดชิดแช่เย็นไว้ก่อน เมื่อทำแล้วก็ต้องมีการทดสอบอีกด้วยการใส่ถุงให้ลูกนำไปแบ่งเพื่อนที่โรงเรียนพอตกเย็นเขาก็มาบอกว่าเพื่อนชิมแล้วบอกว่าอร่อย และเมื่อทดลองแช่เย็นไว้หนึ่งคืนโดยวางไว้ในจานเฉยๆไม่ใส่บรรจุภัณฑ์ใดๆแล้วนำมาทานในวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าทานได้เลยเพราะชอบทานขนมที่แช่เย็นอยู่แล้ว ขนมเทียนเข่งที่นำออกมาถึงจะหนึบขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่แข็งกระด้าง...พอใจระดับหนึ่งทีเดียวค่ะ
         
         
ผำ ไข่น้ำ ไข่ผำชื่อตามแต่ละท้องถิ่นหาซื้อได้ในตลาดสดโดยเฉพาะตามริมทางเท้า ที่มาของผำนี้ซื้อมาจากตลาดมีนบุรี
ใส้ทำจากถั่วเขียวซีกผัดเครื่องเทศปรุงรสหวานพอดีและเน้นพริกไทย
เตรียมนึ่ง จะใส่มะพร้าวทึนทึกขูดด้วยก็ได้
เสร็จแล้ว...มีคนชิมเรียบร้อยทุกคนบอกว่าอร่อย ใส้รสจัดดี คนทำยิ้มและถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอกคำนวนต้นทุนแล้วคุ้มค่าน่าทำทานในครอบครัวหรือเทศกาลไหว้
 ·  · Share · Delete

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น